โภชนาการ ·

ลดน้ำหนักดื่มอะไรได้บ้าง? เช็กแคลอรี่ กาแฟ ชานมไข่มุก น้ำผลไม้ น้ำอัดลม

วิธีลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนักดื่มอะไรได้บ้าง? เช็กแคลอรี่ กาแฟ ชานมไข่มุก น้ำผลไม้ น้ำอัดลม

หลายคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักมักให้ความสำคัญกับอาหารในแต่ละมื้อ แต่กลับมองข้าม “เครื่องดื่ม” ที่ดื่มประจำในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นกาแฟแก้วโปรดในตอนเช้า ชานมหรือเครื่องดื่มรสหวานระหว่างวัน หรือน้ำผลไม้ที่หลายคนมองว่าเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ

แม้เครื่องดื่มเหล่านี้จะดูเหมือนเป็นเพียงแก้วหนึ่ง แต่ส่วนผสมอย่างน้ำตาล ไซรัป นม ครีมเทียม และท็อปปิ้งต่าง ๆ สามารถเพิ่มพลังงานให้กับเครื่องดื่มได้ไม่น้อย หากบริโภคในปริมาณมากหรือเป็นประจำ พลังงานจากเครื่องดื่มก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของพลังงานส่วนเกินที่ได้รับในแต่ละวันได้

เครื่องดื่มเกี่ยวข้องกับน้ำหนักตัวอย่างไร?

การเกิดภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนเกี่ยวข้องกับความไม่สมดุลระหว่างพลังงานที่ร่างกายได้รับและพลังงานที่ใช้ไป หากได้รับพลังงานมากกว่าที่ร่างกายใช้เป็นระยะเวลานาน พลังงานส่วนเกินจะสะสมในร่างกายและส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ดังนั้น การควบคุมน้ำหนักจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารหรือเครื่องดื่มชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่ควรพิจารณาพลังงานที่ได้รับจากอาหารและเครื่องดื่มโดยรวม

เครื่องดื่มบางชนิด โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาล (Sugar-sweetened beverages) อาจเป็นแหล่งพลังงานส่วนเกินในแต่ละวัน และการได้รับพลังงานจากเครื่องดื่มอาจทำให้รู้สึกอิ่มไม่เท่ากับการรับประทานอาหารในปริมาณพลังงานใกล้เคียงกัน จึงอาจทำให้ได้รับพลังงานเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

งานวิจัยที่รวบรวมการศึกษาทั้งในเด็กและผู้ใหญ่รายงานว่า การบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเติมเพิ่มมีความสัมพันธ์กับดัชนีมวลกาย (BMI) และน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น โดยในผู้ใหญ่ การบริโภคเครื่องดื่มประเภทนี้เพิ่มขึ้นวันละ 1 หน่วยบริโภค หรือประมาณ 12 ออนซ์ (355 มิลลิลิตร) มีความสัมพันธ์กับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นประมาณ 0.42 กิโลกรัม1 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลจากการศึกษาความสัมพันธ์ จึงไม่ควรตีความว่าเครื่องดื่มทุกชนิดจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นในลักษณะเดียวกัน เพราะส่วนผสมและปริมาณพลังงานของเครื่องดื่มแต่ละชนิดแตกต่างกัน

สิ่งที่ควรพิจารณาจึงไม่ใช่เพียงว่า “เครื่องดื่มชนิดนี้ทำให้อ้วนหรือไม่” แต่ควรดู ส่วนผสม ปริมาณ ขนาดแก้ว และความถี่ในการบริโภค แล้วเครื่องดื่มชนิดไหนควรระวังเป็นพิเศษ?

แคลอรี่กาแฟ: เมนูไหนน้ำตาลสูง

กาแฟเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่หลายคนบริโภคเป็นประจำ และอาจเป็นแหล่งพลังงานที่เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากกาแฟแต่ละชนิดมีส่วนผสมและปริมาณพลังงานแตกต่างกัน โดยเฉพาะกาแฟที่เติมครีม นมข้นหวาน น้ำเชื่อม น้ำตาล และท็อปปิ้งต่าง ๆ ซึ่งสามารถเพิ่มทั้งพลังงานและน้ำตาลของเครื่องดื่มได้ เมื่อเทียบกับกาแฟดำที่ไม่เติมส่วนผสมเพิ่มเติม ดังนั้น ปริมาณพลังงานจากกาแฟจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับกาแฟเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาส่วนผสมและขนาดของเครื่องดื่มร่วมด้วย

ตัวอย่างเช่น กาแฟ Caffè Mocha ขนาด 16 ออนซ์ ให้พลังงานประมาณ 350 กิโลแคลอรี และมีน้ำตาลที่เติมเพิ่ม 36 กรัม หรือประมาณ 9 ช้อนชา2 เมื่อเปรียบเทียบกับคำแนะนำของกรมอนามัยที่แนะนำให้บริโภคน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน หรือประมาณ 24 กรัม จะเห็นได้ว่าเครื่องดื่มกาแฟบางเมนูอาจมีน้ำตาลในปริมาณค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟและต้องการควบคุมพลังงานที่ได้รับ กาแฟดำที่ไม่เติมน้ำตาลหรือส่วนผสมที่ให้พลังงานเป็นทางเลือกหนึ่งที่มีพลังงานต่ำเมื่อเทียบกับกาแฟที่เติมน้ำตาล ครีม หรือไซรัปในปริมาณมาก อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่ชอบกาแฟดำก็ยังสามารถปรับสูตรเพื่อลดพลังงานได้ เช่น เลือกหวานน้อย ลดปริมาณไซรัปหรือน้ำตาล ลดการเติมท็อปปิ้ง และเลือกส่วนผสมที่ให้พลังงานต่ำลง เช่น นมไขมันต่ำหรือนมจากพืชที่ไม่เติมน้ำตาล ทั้งนี้ ควรพิจารณาปริมาณและความถี่ในการบริโภคร่วมด้วย

แคลอรี่กาแฟแต่ละเมนู กาแฟดำ กาแฟน้ำมะพร้าว กาแฟนม และเมนูหวาน

ชานมไข่มุกกี่แคล? ไข่มุกเพิ่มพลังงานเท่าไร

ชานมเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมในช่วงเวลาว่าง โดยเฉพาะในหมู่วัยเรียนและวัยรุ่น และมีให้เลือกหลายรูปแบบ ทั้งชานมทั่วไป ชานมไข่มุก และชานมที่มีการเติมท็อปปิ้งหลากหลายชนิด พลังงานของชานมไม่ได้มาจากตัวชาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับส่วนผสมที่เติมลงไป เช่น น้ำตาล ไซรัป นม ครีมเทียม และท็อปปิ้งต่าง ๆ โดยเฉพาะท็อปปิ้งที่มีคาร์โบไฮเดรตหรือไขมันเป็นองค์ประกอบ ซึ่งสามารถเพิ่มทั้งพลังงานและน้ำตาลให้กับเครื่องดื่มได้

ชานมขนาดประมาณ 16-22 ออนซ์ อาจให้พลังงาน 250-400 กิโลแคลอรี ขึ้นอยู่กับสูตร ส่วนผสม ขนาดแก้ว และระดับความหวาน โดยชานมที่มีระดับความหวานปกติอาจมีน้ำตาลเฉลี่ยประมาณ 11-14 ช้อนชา ซึ่งสูงกว่าปริมาณน้ำตาลที่กรมอนามัยแนะนำให้บริโภคต่อวันถึง 2 เท่า นอกจากน้ำตาลแล้ว ส่วนผสมอย่างนม ครีมเทียม และท็อปปิ้งบางชนิดยังสามารถเพิ่มไขมันและพลังงานให้กับเครื่องดื่มได้อีกด้วย

ท็อปปิ้งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะไข่มุก ซึ่งสามารถเพิ่มพลังงานให้ชานมได้อย่างมาก ไข่มุกแต่ละชนิดให้พลังงานแตกต่างกัน เช่น ไข่มุกธรรมดาให้พลังงาน 100-150 กิโลแคลอรีต่อแก้ว ขณะที่ไข่มุกบุกอาจให้พลังงานต่ำกว่า ประมาณ 20-50 กิโลแคลอรี และไข่มุกบราวน์ชูการ์อาจให้พลังงาน 150-200 กิโลแคลอรี ทั้งนี้ ปริมาณพลังงานที่แท้จริงอาจแตกต่างกันตามสูตรและปริมาณที่แต่ละร้านใช้

สำหรับผู้ที่ดื่มชานมเป็นประจำ การได้รับพลังงานและน้ำตาลจากเครื่องดื่มในปริมาณสูงอาจทำให้พลังงานรวมที่ได้รับแต่ละวันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเลือกแก้วขนาดใหญ่ เพิ่มระดับความหวาน หรือเติมท็อปปิ้งหลายชนิด

หากต้องการลดพลังงานจากชานม สามารถเริ่มจากการปรับพฤติกรรมที่ทำได้ง่าย เช่น เลือกแก้วเล็กลง ลดระดับความหวาน ลดปริมาณไซรัป และเลือกท็อปปิ้งให้น้อยลงหรือไม่เพิ่มท็อปปิ้ง รวมถึงการลดความถี่ในการบริโภค สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติของชา อาจเลือกชาใสที่ไม่เติมนมหรือส่วนผสมที่ให้พลังงานสูงแทน ซึ่งช่วยลดพลังงาน น้ำตาล และไขมันจากเครื่องดื่มได้อีกทางหนึ่ง

แคลอรี่ชานมไข่มุก 1 แก้ว และพลังงานจากไข่มุกแต่ละชนิด

น้ำผลไม้ 100% ดีต่อการลดน้ำหนักไหม

น้ำผลไม้เป็นเครื่องดื่มที่หลายคนเลือกบริโภคเพราะมองว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์และเป็นอีกวิธีหนึ่งในการรับประทานผลไม้ แต่ในด้านการควบคุมน้ำหนัก น้ำผลไม้แต่ละชนิดอาจให้พลังงานและน้ำตาลแตกต่างกัน จึงควรพิจารณาว่าเป็นน้ำผลไม้ 100% หรือมีการเติมน้ำตาลและส่วนผสมอื่นเพิ่มเติม รวมถึงปริมาณที่บริโภคในแต่ละครั้ง โดยน้ำผลไม้ 1 กล่อง ขนาด 180 มิลลิลิตร อาจให้พลังงานประมาณ 80-120 กิโลแคลอรี และมีน้ำตาลประมาณ 15-25 กรัม ขึ้นอยู่กับชนิดและสูตรของแต่ละผลิตภัณฑ์

แม้เป็นน้ำผลไม้ 100% ก็ยังมีน้ำตาลตามธรรมชาติจากผลไม้และให้พลังงาน การดื่มน้ำผลไม้ยังทำให้สามารถบริโภคผลไม้ได้ในปริมาณมากได้ง่ายภายในเวลาไม่นาน เมื่อเทียบกับการรับประทานผลไม้ทั้งผล นอกจากนี้ น้ำผลไม้ที่มีการเติมน้ำตาลหรือส่วนผสมอื่นเพิ่มเติม ก็อาจทำให้ได้รับน้ำตาลและพลังงานเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

หลักฐานทางวิชาการที่ศึกษาในเด็กและผู้ใหญ่พบว่า การบริโภคน้ำผลไม้ 100% เพิ่มขึ้นวันละ 1 หน่วยบริโภค มีความสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของดัชนีมวลกาย (BMI) ในเด็ก ส่วนในผู้ใหญ่พบความสัมพันธ์กับน้ำหนักตัวในบางการวิเคราะห์ ขณะที่การทดลองในผู้ใหญ่ยังไม่พบความสัมพันธ์อย่างชัดเจน3 ดังนั้น น้ำผลไม้ 100% ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเครื่องดื่มที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยตรง แต่ปริมาณและความถี่ในการบริโภคยังเป็นสิ่งที่ควรพิจารณา โดยเฉพาะเมื่อพลังงานจากน้ำผลไม้เพิ่มขึ้นจากอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ ในแต่ละวัน

หากต้องการควบคุมน้ำหนัก การเลือกรับประทานผลไม้ทั้งผลแทนการดื่มน้ำผลไม้จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เพราะยังคงได้รับใยอาหารและสามารถกำหนดปริมาณที่รับประทานได้ชัดเจน สำหรับผู้ที่เลือกดื่มน้ำผลไม้ ควรเลือกชนิดที่ไม่เติมน้ำตาล อ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อ และใส่ใจปริมาณและความถี่ในการบริโภค เพื่อลดพลังงานส่วนเกินจากเครื่องดื่ม

น้ำส้ม 100% 1 กล่อง เทียบกับส้มสด 3-4 ผล

น้ำอัดลมและน้ำหวานชง น้ำตาลกี่ช้อนชา

ในบทความนี้ “น้ำหวาน” หมายถึงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเติมเพิ่มเป็นส่วนประกอบหลัก เช่น น้ำอัดลม น้ำหวานชง และเครื่องดื่มรสหวานต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ให้พลังงานจากน้ำตาลเป็นหลัก และมีสารอาหารอื่นค่อนข้างจำกัด เมื่อดื่มเป็นประจำ พลังงานจากเครื่องดื่มเหล่านี้อาจเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว และมีส่วนทำให้ได้รับพลังงานรวมเกินความต้องการของร่างกาย

ตัวอย่างเช่น น้ำอัดลม 1 กระป๋อง ขนาด 320-325 มิลลิลิตร อาจมีน้ำตาลประมาณ 8-10 ช้อนชา น้ำหวานชง 1 แก้ว ขนาดประมาณ 200-250 มิลลิลิตร ในระดับความหวานปกติ อาจมีน้ำตาลประมาณ 10-16 ช้อนชา ขึ้นอยู่กับสูตรและส่วนผสมของแต่ละร้าน จะเห็นว่าปริมาณน้ำตาลเกินที่กรมอนามัยแนะนำให้บริโภคต่อวัน

หากได้รับน้ำตาลและพลังงานมากเกินความต้องการอย่างต่อเนื่อง ร่างกายสามารถเปลี่ยนพลังงานส่วนเกินและสะสมในรูปไขมัน ส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะอ้วนและโรคเรื้อรังในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่ที่การดื่มน้ำหวานเพียงครั้งเดียว แต่ขึ้นอยู่กับปริมาณและความถี่ในการบริโภค

สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก อาจเริ่มจากการลดปริมาณและความถี่ในการดื่มน้ำหวาน เลือกเครื่องดื่มที่ไม่เติมน้ำตาล หรือใช้น้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มหลัก หากยังต้องการรสหวาน อาจเลือกเครื่องดื่มสูตรน้ำตาล 0% หรือ sugar free ซึ่งใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลและโดยทั่วไปให้พลังงานน้อยกว่าสูตรที่เติมน้ำตาล อย่างไรก็ตาม เครื่องดื่มเหล่านี้ยังคงให้รสหวาน และไม่ช่วยให้เราลดความคุ้นเคยกับรสหวานโดยอัตโนมัติ หากต้องการปรับพฤติกรรมในระยะยาว จึงควรค่อย ๆ ลดระดับความหวานของเครื่องดื่มโดยรวม

น้ำตาลและแคลอรี่ในน้ำอัดลม 1 กระป๋อง เทียบกับน้ำหวานชง 1 แก้ว

สรุป: ลดน้ำหนักดื่มอะไรได้บ้าง?

กาแฟ ชานม น้ำผลไม้ และน้ำหวาน ไม่ได้มีผลต่อร่างกายเหมือนกันทั้งหมด และไม่สามารถตัดสินได้จากชื่อของเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว เพราะพลังงานและน้ำตาลที่ได้รับขึ้นอยู่กับ ส่วนผสม ปริมาณ ขนาดแก้ว และความถี่ในการบริโภค

หากกำลังควบคุมน้ำหนัก ไม่จำเป็นต้องงดเครื่องดื่มที่ชอบทุกชนิด แต่สามารถเริ่มจากการปรับสิ่งที่ทำได้ง่าย เช่น

  • เลือกเครื่องดื่มที่หวานน้อยหรือไม่เติมน้ำตาลเพิ่ม
  • ลดไซรัป น้ำตาล ครีม และท็อปปิ้งที่เพิ่มพลังงาน
  • เลือกแก้วขนาดเล็กลงเมื่อสามารถเปลี่ยนขนาดแก้วได้
  • รับประทานผลไม้ทั้งผลแทนน้ำผลไม้
  • ลดความถี่ในการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
  • ใช้น้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มหลักในชีวิตประจำวัน
  • พิจารณาพลังงานจากเครื่องดื่มร่วมกับอาหารและพฤติกรรมการกินโดยรวม

สุดท้ายแล้ว เครื่องดื่ม 1 แก้ว อาจดูเหมือนเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของชีวิตประจำวัน แต่หากดื่มปริมาณมากและเป็นประจำ พลังงานจากเครื่องดื่มก็สามารถสะสมเพิ่มขึ้นเป็นพลังงานส่วนเกินได้ การใส่ใจกับสิ่งที่อยู่ในแก้วนั้นมากขึ้น จึงเป็นหนึ่งวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้เราควบคุมพลังงานและดูแลน้ำหนักตัวได้โดยไม่จำเป็นต้องตัดสิ่งที่ชอบออกไปทั้งหมด

Footnotes

  1. Nguyen M, Jarvis SE, Tinajero MG, et al. Sugar-sweetened beverage consumption and weight gain in children and adults: a systematic review and meta-analysis of prospective cohort studies and randomized controlled trials. Am J Clin Nutr. 2023;117(1):160-174. doi:10.1016/j.ajcnut.2022.11.008 ↩

  2. Institute of Nutrition, Mahidol University. INMUCAL-Nutrients Version 4.0. ↩

  3. Nguyen M, Jarvis SE, Chiavaroli L, et al. Consumption of 100% fruit juice and body weight in children and adults: a systematic review and meta-analysis. JAMA Pediatr. 2024;178(3):237-246. doi:10.1001/jamapediatrics.2023.6124 ↩

← กลับไปหมวดโภชนาการ